วันอังคารที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2554

"ราตรีนี้ที่เชียงราย" Night in Chiang Rai


     

 วัดร่องขุ่น ปราสาทสีขาวแห่งล้านนา


 กลับจากกัมพูชา  ตั้งใจจะหยุดพักผ่อนให้เต็มที่ในวันหยุดสามวันถัดมา แต่พอพี่สาวเจ้าเก่าชวนให้ไปเชียงรายด้วยกันเท่านั้นแหล่ะ ..เรื่องพักผ่อนเอาไว้ทีหลังก็ได้  เพราะการไปเชียงรายต้องเป็นการพักผ่อนที่ดีกว่าแน่ๆ  เป้าหมายของการไปเชียงรายในครั้งนี้คืออยากไปเยี่ยมชมวัดร่องขุ่นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว  แบบไม่ต้องรีบร้อนแข่งกับเวลาที่อัดแน่นด้วยรายการท่องเที่ยวเหมือนอย่างที่เคยไปมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน
เราออกจากตาคลีราวตีห้า  แวะกินมื้อเช้าแถวกำแพงเพ็ชร   แล้วมุ่งหน้าขึ้นเหนือผ่านจังหวัดตาก ลำปาง  มื้อกลางวันไม่ให้เป็นภาระยุ่งยากจึงฝากท้องไว้ที่ปั้มแถวจังหวัดพะเยา  แล้วเข้าสู่เชียงราย ถึงวัดร่องขุ่นช่วงบ่ายแก่ๆ อากาศกำลังเย็นสบาย  ใช้เวลาชื่นชมความงามวิจิตรของวัดร่องขุ่นทุกซอกทุกมุมจนอิ่มเอมใจ ให้สมกับที่ขับรถมาตั้งไกลเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ

 
   
      
   
ราตรีนี้ที่ภูใจใส


จากวัดร่องขุ่นขับรถต่อขึ้นไปทางดอยแม่สะลอง ทิวทัศน์สองข้างทางสวยงาม  ยิ่งใกล้จุดหมายปลายทางมากขึ้นเท่าไร ถนนก็ยิ่งแคบเล็กและสูงชันมากขึ้นเท่านั้น  แต่เมื่อถึงที่พักก็เหมือนได้หลุดไปสู่อีกโลกหนึ่งซึ่งมีแต่ความสงบงามของธรรมชาติ  แสงแดดเริ่มเหลือน้อยเต็มที  แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการถ่ายภาพแม้ภาพสุดท้ายที่กดชัตเตอร์ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้วก็ตาม



ค่ำคืนนี้เราอยู่ท่ามกลางธรรมชาติโดยแท้จริง กระท่อมไม้ไผ่หลังน้อยซ่อนตัวอิงแอบแนบชิดอยู่กับเชิงเขา บดบังด้วยสุมทุมพุ่มไม้จนแทบมองไม่เห็น  สิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านที่ถูกใช้บริการจากเรา  เห็นจะมีเพียงเครื่องทำน้ำอุ่นเท่านั้น  อย่างอื่นกลายเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับอากาศที่หนาวเย็นยามนี้ ทั้งสระว่ายน้ำเล็กๆที่ยื่นล้ำออกไปจากระเบียงหน้าบ้าน  อ่างอาบน้ำเปิดโล่งกลางบ้าน  หรือแอร์ตัวน้อยที่ติดผนังห้อง ล้วนแต่ไม่จำเป็นสำหรับเราทั้งสิ้น  ทีวีไม่มี  สัญญาณอินเตอร์เน็ตเข้าไม่ถึง แล้วจะมีอะไรให้ทำดีไปกว่านอนฟังเสียงลมเสียงป่าขับกล่อมให้หลับไหลฝันดีตลอดคืนอันยาวนานเช่นนี้


ฉันตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่พบว่าท้องฟ้าปิด  จึงไม่มีโอกาสได้เห็นท้องฟ้าสีทองรับอรุณ  แต่อากาศที่เย็นยะเยือกจับใจก็  ชดเชยความผิดหวังได้เป็นอย่างดี  คนหนึ่งยังหลับสบายอยู่ในบ้าน  อีกคนออกเดินท่อมๆถ่ายรูปมวลหมู่ดอกไม้ใบหญ้า จนสายก็ไม่รู้ว่าสายเพราะรอบตัวมีแต่สายหมอกโรยตัวจางๆไปทั่ว และเป็นเช่นนั้นไปตลอดทั้งวันแม้เมื่อไปเดินอยู่ในตลาดแม่สายจะเป็นเวลาเที่ยงจนบ่ายคล้อย  ก็ยังหาดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าไม่พบอยู่ดี





  


 

จากแม่สายถึงแม่เมาะ

จากแม่สายถึงลำปางต้องใช้เวลาเดินทางสามชั่วโมงกว่า เราจึงต้องรีบทำเวลาเพื่อไม่ให้ถึงลำปางค่ำจนเกินไปเพราะเพื่อนที่นัดหมายติดต่อที่พักไว้ให้เริ่มกังวลใจกับการเดินทางของเรา แต่ทิวทัศน์สองข้างทางระหว่างเทือกเขาของอำเภองาวก็สวยงามเป็นใจให้ขับรถแข่งกับเวลาได้ดีเหลือเกิน

 

ถึงที่บ้านพักบนเกาะลอยของโรงไฟฟ้าแม่เมาะเกือบสามทุ่ม  เหนื่อยล้าและหนาวเย็นเกินกว่าจะชื่นชมสิ่งใดได้ในตอนนี้ จวบจนรุ่งเช้าจึงได้เห็นทิวทัศน์ของบึงน้ำด้านหน้าทีพักเต็มตา  ก่อนจะออกเดินทางต่อเข้าไปด้านในของบริเวณโรงไฟฟ้า ยิ่งขึ้นไปสู่จุดที่สูงมากขึ้นเท่าไร  ทิวทัศน์ของเหมืองแม่เมาะก็ยิ่งดูห่างไกลและต่ำลึกลงไปมากขึ้นเท่านั้น     จากจุดชมวิวสุงสุดของภูเขา เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบตัว 360องศา  ได้เห็นทิวทัศน์ของเขื่อนเก็บน้ำที่ซ่อนตัวอยู่ระหว่างหุบเขาสลับซับซ้อน  สีฟ้าของผืนน้ำกลมกลืนกับสีที่เข้มกว่าของแนวภูเขาด้านหลังดูสวยงามดุจภาพวาด


โชคดีเหลือเกินที่ตัดสินใจมาพักที่แม่เมาะ  
ทำให้รู้ว่าเมืองไทยมีสถานที่สวยงามซ่อนอยู่ที่นี่อีกแห่งหนึ่ง

 การเดินทางครั้งนี้ยังไม่จบ แต่อยากพักเรื่องไว้แค่นี้ก่อน 
เพราะสิ่งที่ได้พบเห็นหลังจากนี้น่าประทับใจ
เกินกว่าจะเขียนลวกๆเร็วๆเพียงเพื่อให้จบๆไปเท่านั้น...... 
<<<พบกันที่แพร่ตอนต่อไป>>>
 ^-^
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น